หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์

โครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ OTOP

ความเป็นมา

รัฐบาลได้ดำเนินโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๔  และดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมทั่วทุกภูมิภาคทั่วประเทศ โดยมีการแต่งตั้งคณะกรรมการระดับประเทศในส่วนกลางและคณะกรรมการในส่วนภูมิภาค โดยมีวัตถุประสงค์

(๑) สร้างงานและเพิ่มรายได้ให้แก่ชุมชน

(๒) เสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน

(๓) ส่งเสริมการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น

(๔) ส่งเสริมการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

(๕) ส่งเสริมความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ของชุมชน เป็นการสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็งโดยรัฐบาลสนับสนุนช่วยเหลือด้านความรู้ เทคโนโลยี ทุน การบริหารจัดการ เชื่อมโยงสินค้าจากชุมชนไปสู่ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ

กลไกการบริหาร กระบวนการ และโครงสร้างการดำเนินงาน

การดำเนินงาน OTOP ได้มีคณะกรรมการอำนวยการ หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์แห่งชาติ (กอ.นตผ) เป็นผู้ขับเคลื่อนนโยบาย OTOP ที่เป็นรูปธรรม มีกลไกการบริหารที่เชื่อมโยงกันลงไปถึงในระดับพื้นที่ เพื่อช่วยเหลือปฎิบัติงานของ กอ.นตผ ซึ่งตั้งขึ้นตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยคณะกรรมการอำนวยการ หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ แห่งชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕  ประกอบด้วยกลไกการบริหารงาน ดังนี้
๑. ส่วนกลาง
๑.๑ คณะกรรมการ กอ.นตผ ประกอบด้วย นายกรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรี ที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายเป็นประธานกรรมการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก อธิบดีกรมพัฒนาแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทยผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งจำนวนไม่เกิน ๑๐ คน เป็นกรรมการ โดยมีปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นกรรมการและเลขานุการ และอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชนเป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
๑.๒ คณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
๑.๒.๑ คณะอนุกรรมการบริหาร
๑.๒.๒ คณะอนุกรรมการส่งเสริมการผลิต
๑.๒.๓ คณะอนุกรรมการส่งเสริมการตลาด
๑.๒.๔ คณะอนุกรรมการมาตรฐานและพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์
๑.๒.๕ คณะอนุกรรมการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์จังหวัดและอำเภอ/กิ่งอำเภอ

๒. ส่วนภูมิภาค
๒.๑ คณะอนุกรรมการ หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ ภูมิภาค ประกอบด้วย
๒.๑.๑ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ประธานอนุกรรมการ
๒.๑.๒ หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง อนุกรรมการ
๒.๑.๓ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน อนุกรรมการและเลขานุการ
๒.๒ คณะอนุกรรมการ นตผ.จังหวัด ประกอบด้วย
๒.๒.๑ ผู้ว่าราชการจังหวัด ประธานอนุกรรมการ
๒.๒.๒ หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง อนุกรรมการ
๒.๒.๓ ภาคเอกชน/ผู้ทรงคุณวุฒิ อนุกรรมการ
๒.๒.๔ พัฒนาการจังหวัด อนุกรรมการและเลขานุการ
๒.๓ คณะอนุกรรมการ นตผ. อำเภอ/กิ่งอำเภอ ประกอบด้วย
๒.๓.๑ นายอำเภอ/ปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้า ประธานอนุกรรมการประจำกิ่งอำเภอ
๒.๓.๒ ผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง อนุกรรมการ
๒.๓.๓ ภาคเอกชน/ผู้ทรงคุณวุฒิ อนุกรรมการ
๒.๓.๔ พัฒนาการอำเภอ/กิ่งอำเภอ อนุกรรมการและเลขานุการ
ภารกิจหลักของกลไกส่วนภูมิภาคเกี่ยวข้องกับการคัดเลือกผลิตภัณฑ์ดีเด่นของตำบลต่างๆ เพื่อเสนอต่อ กอ.นตผ การบูรณาการแผนงานและงบประมาณของส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในภูมิภาค เพื่อพัฒนาคุณภาพมาตรฐานผลิตภัณฑ์และส่งเสริมการตลาดในระดับพื้นที่

ยุทธศาสตรการพัฒนา OTOP

การดำเนินงานเชิงยุทธศาสตร์ในการเชื่อมโยงจากท้องถิ่นสู่สากลในการพัฒนาคุณภาพมาตรฐานผลิตภัณฑ์ OTOP ไปสู่ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ กระทรวงมหาดไทย  จึงได้กำหนดให้ “การส่งเสริมอาชีพผลิตสินค้า OTOP” เป็นนโยบายเร่งด่วนที่สำคัญ เพื่อสร้างอาชีพและรายได้ให้กับประชาชนในชุมชนท้องถิ่น โดยมอบหมายให้กรมการพัฒนาชุมชน ส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืนเป็นรากฐานเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งเริ่มจากการรวมกลุ่มของประชาชนระดับฐานรากในการจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ในท้องถิ่นให้เป็นผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน มีเอกลักษณ์เฉพาะท้องถิ่นซึ่งเป็นแนวทางหนึ่งในการสร้างพลังการพึ่งตนเองและช่วยเหลือกันของชุมชน เพื่อแก้ไขปัญหาการประกอบอาชีพทั้งในระดับบุคคล ระดับครัวเรือน ระดับกลุ่ม ชุมชน หมู่บ้าน ตำบล ตลอดจนเครือข่ายกลุ่มอาชีพต่างๆ ให้มีความสามารถในการบริหารจัดการตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สามารถพัฒนาต่อยอดไปถึงระดับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ต่อไป
การขับเคลื่อนนโยบายไปสู่การปฏิบัติ
ปี พ.ศ. ๒๕๔๔ การจัดกลไกบริหารและบูรณาการการทำงานร่วมกับส่วนราชการ (Ministerial Integration) กำหนดยุทธศาสตร์ แผนงาน/การส่งเสริมเครือข่ายผู้ผลิต OTOP ส่งเสริมกระบวนการผลิต การพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมการตลาดทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ

ปี พ.ศ. ๒๕๔๕ การค้นหาผลิตภัณฑหลัก (In Search of OTOP) คัดเลือกผลิตภัณฑ์ขึ้นทะเบียนเป็น OTOP ด้วยกระบวนการจัดประชาคมตำบลทั่วประเทศจำนวน ๘๐,๐๐๐ ผลิตภัณฑ์

ปี พ.ศ. ๒๕๔๖ การคัดสรรสุดยอดผลิตภัณฑ (OTOP Product Champion :OPC)  เพื่อส่งเสริมให้ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ได้พัฒนาคุณภาพและรูปแบบผลิตภัณฑ์ให้มีมาตรฐานสูงขึ้นตามเกณฑ์การคัดสรร ต่างๆ เป็นการสร้างระบบการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์  OTOP ให้เป็นที่ยอมรับของสังคมและผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ และคัดสรรสุดยอด   OTOP ในระดับ ๑ – ๕ ดาว จำนวน ๓๑,๐๗๙ ผลิตภัณฑ์ ประกอบด้วย ระดับอำเภอ/กิ่งอำเภอ   จำนวน ๑๕,๕๐๗ ผลิตภัณฑ์ ระดับจังหวัด จำนวน ๘,๖๔๐ ผลิตภัณฑ์ และระดับภาค จำนวน  ๖,๙๓๒ ผลิตภัณฑ์ ส่งผลให้ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์และเพิ่มความสามารถในการผลิตให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นและมีการจัดงาน OTOP CITY เป็นครั้งแรก

ปี พ.ศ. ๒๕๔๗ การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานผลิตภัณฑ (Quality&Standard)  ส่งเสริมและสนับสนุนให้สินค้า OTOP ได้รับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) มอก. อย.  ฮาลาล ฯลฯ ดำเนินโครงการ Smart OTOP เพิ่มศักยภาพขีดความสามารถของผู้ประกอบการ และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง จำนวน ๓๕,๑๗๙ ราย ดำเนินการลงทะเบียนผู้ผลิต ผู้ประกอบการ  OTOP จำนวน ๓๕,๑๗๙ ราย และดำเนินการคัดสรรสุดยอด OTOP ไทย ระดับ ๑ – ๕ ดาว    จำนวน ๒๖,๔๙๗ ผลิตภัณฑ์

ปี พ.ศ. ๒๕๔๘ การส‹งเสร􀃹มดŒานการตลาด ( Marketing )   การพัฒนาสินค้าจากท้องถิ่นสู่สากล เป็นไปตามยุทธศาสตร์ “ Local Links Global  Reaches” เน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ควบคู่กับช่องทางการกระจายสินค้ามาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๖  ที่ได้จัดงาน OTOP CITY เป็นครั้งแรกจัดจำหน่ายสินค้าระดับ ๓ – ๕ ดาว สำหรับตลาดต่างประเทศมีการคัดสินค้า OTOP ระดับ Premium ไปจัดแสดงและจำหน่าย ส่งผลให้ชาวต่างประเทศนิยมสินค้า OTOP และมีหลายประเทศที่เข้ามาศึกษาดูงาน OTOP ของประเทศไทย

ปี พ.ศ. ๒๕๔๙ การคัดสรร OTOP โดดเด‹น (In Search of Excellent  OTOP)  เพื่อเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัด สร้างจุดขาย จุดแตกต่างที่ชัดเจนเพื่อเป้าหมายในการพัฒนาและสนับสนุนด้านต่าง ๆ ตามโครงการคัดสรรสุดยอดผลิตภัณฑ์เด่นจังหวัด (Provincial Star OTOP : PSO) จำนวน ๑๘๗ ผลิตภัณฑ์ การจัดประกวดหมู่บ้าน OTOP Village Champion :OVC จำนวน ๘๐ หมู่บ้าน ซึ่งการดำเนินงานหมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยวควบคู่กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์OTOP ให้มีคุณภาพได้มาตรฐาน เป็นการสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน ตลอดจนการลงทะเบียน OTOP จำนวน ๓๗,๘๔๐ ราย และคัดสรรสุดยอด OTOP ไทย ระดับ ๑ – ๕ ดาว  จำนวน ๑๔,๕๗๐ ผลิตภัณฑ์

ปี พ.ศ. ๒๕๕๐ ค้นหาผลิตภัณฑที่มีศักยภาพทางการตลาดรวมถึงการพัฒนาเครือข่ายองค์ความรู้ในชุมชน Knowledge Base OTOP: KBO จำนวน ๗๕ เครือข่าย ในการพัฒนาคุณภาพมาตรฐานผลิตภัณฑ์ให้สามารถจำหน่ายได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ปี พ.ศ. ๒๕๕๑ เนŒนการส่งเสริมการตลาดเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายองค์ความรู้ KBO และกลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP จำนวน ๒,๕๐๐ กลุ่ม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการและการจัดทำแผนธุรกิจสู่การเป็นผู้ประกอบการมืออาชีพ การลงทะเบียนผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP จำนวน ๓๑,๗๘๙ ราย และคัดสรรสุดยอด OTOP ไทย ระดับ ๑ – ๕ ดาว จำนวน ๑๑,๕๓๔  ผลิตภัณฑ์

ปี พ.ศ. ๒๕๕๒ การพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development)   มีการบูรณาการส่งเสริม OTOP เดิมเน้น product เปลี่ยนเป็นดำเนินการในเชิงบูรณาการและทำให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างความเข้มแข็งแก่ชุมชนมากขึ้น เช่นการโครงการส่งเสริมเยาวชนในท้องถิ่นสืบสานและอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น (Young OTOP Camp : YOC)  ดำเนินการด้วยยุทธศาสตร์ PSO, OVC, KBO และYOC เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนา OTOP

ปี พ.ศ. ๒๕๕๓  การพัฒนาคุณภาพ มาตรฐานผลิตภัณฑ์ และส่งเสริมการตลาด

ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP

กลุ่มผู้ผลิตชุมชน   หมายถึง ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ ที่มีลักษณะเป็นกลุ่มคนที่ได้รวมตัวกันเป็น กลุ่มภายในชุมชน ผลิตสินค้าที่แสดงความเป็นไทย หรือภูมิปัญญาไทย และสมาชิกในกลุ่มร่วมกันผลิต รวมทั้งร่วมกันบริหารจัดการ และร่วมรับผลประโยชน์ เช่น กลุ่มผู้ผลิตชุมชนที่จดทะเบียนอย่างเป็นทางการ ได้แก่ สมาคม สหกรณ์ มูลนิธิวิสาหกิจชุมชน กลุ่มผู้ผลิตชุมชนที่เป็นกลุ่มภายในชุมชน ผลิตสินค้าที่แสดงความเป็นไทย หรือภูมิปัญญาไทย และสมาชิกในกลุ่มร่วมกันผลิต รวมทั้งร่วมกันบริหารจัดการ และร่วมรับผลประโยชน์ เช่น กลุ่มผู้ผลิตชุมชนที่จดทะเบียนอย่างเป็นทางการ ได้แก่ สมาคม สหกรณ์ มูลนิธิ วิสาหกิจชุมชน กลุ่มผู้ผลิตชุมชนที่ไม่จดทะเบียนอย่างเป็นทางการ ได้แก่ กลุ่ม ชมรม เป็นต้น
ผู้ผลิตชุมชนที่เป็นเจ้าของรายเดียว  หมายถึง ผู้ผลิต ผู้ประกอบการที่เป็นบุคคลใดบุคคลหนึ่งในชุมชนที่ผลิตสินค้า ที่แสดงความเป็นไทย หรือ ภูมิปัญญาไทย และมีความเชื่อมโยงกับชุมชนในข้อใดข้อหนึ่ง ได้แก่ การที่ชุมชนมีส่วนร่วมในการผลิต หรือมีการจ้างแรงงานในชุมชน หรือมีการใช้วัตถุดิบในชุมชน หรือมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ หรือมีส่วนร่วมรับผลประโยชน์
ผู้ผลิตที่เป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม  หมายถึง ผู้ผลิต ผู้ประกอบการที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ได้แก่ บริษัทจำกัดห้างหุ้นส่วนสามัญซึ่งผลิตสินค้าที่แสดงความเป็นไทย หรือภูมิปัญญาไทยและมีความเชื่อมโยงกับชุมชนในข้อใดข้อหนึ่ง ได้แก่ การที่ชุมชนมีส่วนร่วมในการผลิต/จ้างแรงงานในชุมชน/ใช้วัตถุดิบในชุมชน หรือ มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการหรือมีส่วนร่วมได้รับผลประโยชน์ โดยมีสินทรัพย์ลงทุนไม่เกิน ๑๐ ล้านบาท

ภูมิปัญญาไทย

องค์ความรู้ ความสามารถและทักษะของคนไทยอันเกิดจากการสั่งสมประสบการณ์ที่ผ่านกระบวนการเรียนรู้ เลือกสรร ปรุงแต่ง พัฒนาและถ่ายทอดสืบต่อกันมาเพื่อ
ใช้แก้ปัญหา และพัฒนาวิถีชีวิตของคนไทยให้สมดุลกับสภาพแวดล้อมและเหมาะสมกับยุคสมัยภูมิปัญญาไทยมีลักษณะเป็นองค์รวม และมีคุณค่าทางวัฒนธรรม เกิดขึ้นในวิถีชีวิตไทยซึ่งภูมิปัญญาท้องถิ่นอาจเป็นที่มาขององค์ความรู้ที่งอกงามขึ้นใหม่ที่จะช่วยในการเรียนรู้  การแก้ปัญหาการจัดการและการปรับตัวในการดำเนินชีวิตของคนไทย ลักษณะองค์รวมของภูมิปัญญามีความเด่นชัดในหลายด้าน ดังนี้
ด้านเกษตรกรรม  ได้แก่ ความสามารถในการผสมผสานองค์ความรู้ ทักษะและเทคนิคด้านการเกษตรกับเทคโนโลยี โดยการพัฒนาบนพื้นฐานคุณค่าดั้งเดิมซึ่งคนสามารถพึ่งตนเอง   ในสภาวการณ์ต่างๆ ได้ เช่น การทำการเกษตรผสมผสาน การแก้ไขปัญหาการเกษตรด้านการตลาด การแก้ไขปัญหาด้านการผลิต และการรู้จักปรับใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับการเกษตร  เป็นต้น
ด้านอุตสาหกรรมและหัตถกรรม  ได้แก่ การรู้จักประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ในการแปรรูปการผลิตเพื่อบริโภคอย่างปลอดภัย ประหยัด และเป็นธรรม อันเป็นขบวนการให้ชุมชนท้องถิ่นสามารถพึ่งตนเองทางเศรษฐกิจได้ตลอดทั้งการผลิตและการจำหน่ายผลผลิตทางหัตถกรรม เช่น การรวมกลุ่มของกลุ่มโรงงานยางพารา กลุ่มโรงสี กลุ่มหัตถกรรม เป็นต้น
ด้านการแพทย์แผนไทย  ได้แก่ ความสามารถในการจัดการป้องกัน และรักษาสุขภาพของคนในชุมชนโดยเน้นให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองทางด้านสุขภาพและอนามัยได้ เช่น ยาจากสมุนไพรซึ่งมีอยู่หลากหลาย การนวดแผนโบราณ การดูแลและรักษาสุขภาพแบบพื้นบ้าน เป็นต้น
ด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  ได้แก่ ความสามารถเกี่ยวกับการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทั้งการอนุรักษ์ พัฒนาและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและยั่งยืน เช่น การบวชป่า การสืบชะตาแม่น้ำ การทำแนวปะการังเทียม การอนุรักษ์ป่าชายเลน การจัดการป่าต้นน้ำและป่าชุมชน เป็นต้น
ด้านกองทุนและธุรกิจชุมชน  ได้แก่ ความสามารถในด้านการสะสมและบริหารกองทุนสวัสดิการชุมชนและความมั่นคงให้แก่ชีวิตความเป็นอยู่ของสมาชิกในกลุ่ม เช่น การจัดการกองทุนของชุมชนในรูปของสหกรณ์ออมทรัพย์ รวมถึงความสามารถในการจัดสวัสดิการในการประกันคุณภาพชีวิตของคนให้เกิดความมั่นคงทางเศรษฐกิจสังคม และวัฒนธรรม โดยการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการ  การรักษาพยาบาลของชุมชน และการจัดระบบสวัสดิการบริการชุมชน
ด้านศิลปกรรม  ได้แก่ ความสามารถในการสร้างสรรค์ผลงานทางด้านศิลปะสาขาต่างๆ เช่น  จิตรกรรม ปติมากรรม นาฏศิลป์ ดนตรี ทัศนศิลป์ คีตศิลป์ การละเล่นพื้นบ้านและนันทนาการ
ด้านภาษาและวรรณกรรม
ได้แก่ ความสามารถในการอนุรักษ์ และสร้างสรรค์ผลงานด้านภาษา คือ
ภาษาถิ่น ภาษาไทยในภูมิภาคต่างๆ รวมถึงด้านวรรณกรรมท้องถิ่นและการจัดทำสารานุกรม
ภาษาถิ่น การปริวรรตหนังสือโบราณการฟื้นฟูการเรียนรู้ การสอนภาษาถิ่นของท้องถิ่นต่างๆ
๓.๘ ด้านปรัชญา ศาสนา และประเพณี
ได้แก่ ความสามารถประยุกต์และปรับให้วัฒนธรรม คำสอนทางศาสนา
ปรัชญาความเชื่อ และประเพณีที่มีคุณค่าให้เหมาะสมต่อบริบททางเศรษฐกิจ สังคม เช่น
การถ่ายทอดวรรณกรรม คำสอน การบวชป่า การประยุกต์ประเพณีบุญประทายข้าว
๓.๙ ด้านโภชนาการ
ได้แก่ ความสามารถในการเลือกสรร ประดิษฐ์และปรุงแต่งอาหารและยา
ได้เหมาะสมกับความต้องการของร่างกายในสภาวการณ์ต่างๆ ตลอดจนผลิตเป็นสินค้าและบริการ
ส่งออกที่ได้รับความนิยมแพร่หลายมาก รวมถึงการขยายคุณค่าเพิ่มของทรัพยากรด้วย

(Visited 1 times, 1 visits today)